ในสถานประกอบการทุกแห่ง การดูแลเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงาน (คปอ.) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน คปอ. ประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ การคัดเลือกบุคคลมาเป็นสมาชิกใน คปอ. ต้องอาศัยคุณสมบัติที่เหมาะสมและความรู้ความสามารถเฉพาะทางเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติทั่วไปของสมาชิก คปอ.
สมาชิกใน คปอ. ควรมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการทำงานด้านความปลอดภัย ดังนี้:
- มีความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
สมาชิก คปอ. ควรมีความรู้ในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่เพียงพอเพื่อให้สามารถทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้ดังกล่าวควรครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง การป้องกันอุบัติเหตุ และการจัดการเหตุฉุกเฉิน - มีประสบการณ์ในการทำงาน
ประสบการณ์ในการทำงานในอุตสาหกรรมหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสมาชิก คปอ. ต้องสามารถประเมินสถานการณ์และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้ การมีประสบการณ์มากขึ้นจะช่วยให้สมาชิกสามารถมองเห็นปัญหาและวิธีแก้ไขได้ชัดเจนขึ้น - มีความสามารถในการตัดสินใจ
ในบางสถานการณ์ สมาชิก คปอ. อาจต้องตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่มีผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของพนักงาน ความสามารถในการตัดสินใจที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานของ คปอ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร - มีทักษะในการสื่อสารและการประสานงาน
การทำงานใน คปอ. ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับบุคคลหลายฝ่าย ดังนั้น ทักษะในการสื่อสารและการประสานงานจึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ สมาชิก คปอ. ควรสามารถสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานทุกระดับอย่างเข้าใจง่ายและครบถ้วน รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กรเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน - มีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงาน
สมาชิก คปอ. ควรมีความรับผิดชอบสูงในการทำหน้าที่ของตนเอง เนื่องจากเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงานเป็นสิ่งที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด การมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานจะช่วยให้ คปอ. สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติการเป็น คปอ ตามกฎหมาย
ในทางกฎหมายการที่จะเป็น คปอ ได้ก็ต้องมีขั้นตอนการดำเนินงาน ตำแหน่งงานนี้จำเป็นต้องมั่นใจว่าผู้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่มีความรู้จริง และคุณสมบัติพร้อม บางคนอาจสงสัยว่าต้องเรียนจบสูงหรือป่าว? จำกัดวุฒิบัตรไหม เราต้องบอกตรงนี้เลยว่าไม่จำเป็นเพียงแค่คุณมีคุณสมบัติดังนี้
- ได้รับการแต่งตั้งเป็น คปอ. ขององค์กรอย่างถูกต้อง
- เป็นผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร คปอ และได้ขึ้นทะเบียน คปอ กับกรมสวัสดิการฯ
จากคุณสมบัติทั้ง 2 ข้อ ผมจะสรุปให้ง่ายๆว่า ถึงแม้ว่าคุณจะอยุ่ในระดับลูกจ้างปฏิบัติงาน คุณเองก็สามารถเป็นได้ เพราะ คปอ มาจากการเลือกตั้งที่มาจากฝ่ายบริหาร และฝ่านลูกจ้าง คุณสามารถเข้าเป็น คปอ ได้จากฝ่ายลูกจ้างที่มาจากการเลือกตั้ง คปอ หากมีการเปิดรับสมัครคุณสามารถสมัครได้ และเมื่อคุณชนะการเลือกตั้ง ก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็น คปอ ขององค์กร (คุณสมบัติข้อ 1)
จากนั้นองค์กรจะส่งคุณเข้าอบรมหลักสูตร คปอ ตามศูนย์ฝึกได้รับอนุญาตอบรม คปอ
เพื่อให้คุณได้เรียนรู้หน้าที่การทำงานของ คปอ กฎหมายความปลอดภัย และอื่นๆ ซึ่งในหลักสูตรนี้ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เมื่อคุณผ่านการอบรมจะได้วุฒิบัตร ที่จะนำไปขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานต่อไป
หน้าที่และบทบาทของ คปอ. ในการทำงานจริง
นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้ว คปอ. ยังมีหน้าที่และบทบาทที่สำคัญในการดูแลความปลอดภัยในสถานประกอบการ ดังนี้:
- กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย
คปอ. มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น - ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
คปอ. ต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายและแผนที่กำหนดไว้ รวมถึงการป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ - ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
สมาชิก คปอ. ควรมีความรู้และความสามารถในการให้คำปรึกษาและแนะนำพนักงานในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ - วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย
ในกรณีที่เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย คปอ. ควรมีความสามารถในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ - ฝึกอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
คปอ. ควรจัดฝึกอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานแก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานมีความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย
วิธีการคัดเลือกสมาชิก คปอ.
การคัดเลือกสมาชิก คปอ. จะมาจากการเลือกจากฝ่ายผู้บริหาร และการเลือกจากลูกจ้าง ในส่วนของการเลือกจากลูกจ้างจะเป็นการจัดคล้างการเลือกตั้งเพื่อเลือกสมาชิกที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากคุณสมบัติและความสามารถของผู้สมัครเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินงานของ คปอ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:
- สมัครใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก
การคัดเลือกสมาชิก คปอ. ควรเปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก คปอ. เพื่อให้สมาชิกมีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการทำงานด้านความปลอดภัย - คัดเลือกจากตัวแทนพนักงาน
การคัดเลือกสมาชิก คปอ. ควรมีการเลือกตั้งตัวแทนจากพนักงานในองค์กรเพื่อให้สมาชิกใน คปอ. มีความเป็นกลางและสามารถรับฟังความคิดเห็นของพนักงานในเรื่องความปลอดภัยได้ - เปิดให้มีการโหวตจริง จากลูกจ้าง
หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการคัดเลือกสมาชิก คปอ. คือการเปิดให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการโหวตคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้ามาเป็นสมาชิก วิธีนี้จะช่วยให้การดำเนินงานของ คปอ. มีความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยผู้ที่ได้รับเลือกจะเป็นตัวแทนของพนักงานทุกคนในการดูแลและป้องกันเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
สรุป
คปอ. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลความปลอดภัย ภายในสถานประกอบการ คุณสมบัติของสมาชิก คปอ. มีความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ การคัดเลือกสมาชิกควรพิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ และทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ คปอ. สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันและลดอุบัติเหตุในการทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยปกติแล้ววาระการทำงาน คปอ อยู่ที่ 2 ปี เมื่อจะใกล้ครบวาระองค์กรต้องจัด คณะกรรมการรุ่นใหม่เข้าอบรมก่อนร่นเก่าหมดวาระการทำงาน ภายใน 30 วัน (สามารถใช้สมาชิกคนเดิมจากรุ่นเก่าได้ แต่ต้องเข้าอบรมใหม่อีกครั้ง)